จังหวัดบุรีรัมย์จัดพิธีลงนามถวายพระพรออนไลน์ เนื่องในวันฉัตรมงคล และจัดพิธีรับพระราชทาน พระพลังแผ่นดินให้แก่ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด และนายอำเภอ
วันนี้(04 พ.ค.65) นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ทหาร ตำรวจ นายกเหล่ากาชาด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอ ลงนามถวายพระพรออนไลน์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2565 ที่ห้องนเรนทราทิตย์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ และในโอกาสนี้ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานรับพระราชทานพระพลังแผ่นดินให้แก่รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอ
“พระพลังแผ่นดิน”เป็นพระเนื้อผงทรงสามเหลี่ยม มีรูปแบบพุทธศิลป์ ด้านหน้าเป็นพระศรีศากยสิงห์หรือพระศรีอริยเมตไตรยเข้าสู่ยุคกึ่งพุทธกาล มีนาคพันพระอุระ หมายถึง ทรงโปรดทั้ง 3 ภพ (ไตรภูมิ) เลข 9 หมายถึง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เลข 10 หมายถึง พระทศพลญาณ พญาครุฑ หมายถึง ครุฑที่ดูแลชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทรงตบะบารมีอำนาจ ทำให้เกิดความสงบ ร่มเย็น เป็นสัญลักษณ์แห่งแผ่นดิน รูปจักร หมายถึง จัดสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์จักรี
สำหรับวันฉัตรมงคล เป็นวันรำลึกถึงวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี และราชอาณาจักรไทย ต่อจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 นับเป็นวันมหามงคลของชาติ และวันบรมราชาภิเษกอย่างสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณี และนับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2563 เป็นต้นไป จะเรียกว่าวันฉัตรมงคล เป็นวันที่ระลึกครบรอบปีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
โดยเมื่อครั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกปี 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้มีพระปฐมบรมราชโอง ว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” ซึ่งนับตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจโดยดำเนินรอยตามพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชีนีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงใส่พระราชหฤทัยในทุกข์ สุขของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญที่จะดูแลประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และบรรเทาทุกข์ยากเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID –19