ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ผุดไอเดียสร้าง "โคก หนอง นา โมเดล" ศูนย์ราชการ เป็นต้นแบบ แห่งความพอเพียงขับเคลื่อนขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ผุดไอเดียสร้าง "โคก หนอง นา โมเดล" ศูนย์ราชการ เป็นต้นแบบ แห่งความพอเพียงขับเคลื่อนขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
 วันนี้ (12 ส.ค.65) เวลา 10.00 น. ณ บริเวณด้านหลังศูนย์ราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดโครงการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ด้านการเกษตร เพื่อการพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง "โคก หนอง นา โมเดล" ศูนย์ราชการจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบุรีรัมย์ หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอเมืองบุรีรัมย์ พร้อมด้วย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ และจิตอาสาอำเภอเมืองบุรีรัมย์ เข้าร่วมกิจกรรม
"โคก หนอง นา โมเดล" ศูนย์ราชการจังหวัดบุรีรัมย์ มีพื้นที่ดำเนินการ จำนวน 4 ไร่ ที่ตั้งแปลงอยู่ในบริเวณศูนย์ราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ทางทิศตะวันออกติดกับตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นการขับเคลื่อนขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างความมั่นคงให้กับกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน มีการจัดสรรพื้นที่ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการน้ำ โดยขุดสระ ขุดคลองไส้ไก่ ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชอายุสั้นหมุนเวียนโดยไม่ปล่อยให้พื้นที่ว่างเปล่า  นอกจากนี้  ในอนาคตจะพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรผสมผสานหรือทฤษฎีใหม่ เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้กับข้าราชการเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในศูนย์ราชการจังหวัดบุรีรัมย์และผู้ที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้และศึกษาดูงาน โดยกิจกรรมในวันนี้ ประกอบด้วย การปล่อยปลาการ ปลูกหญ้าแฝก ต้นยางนา ต้นมะพร้าว ต้นกล้วย ไม้ผล กว่า 70 ต้น รวมถึงปลูกพืชผักสวนครัวด้วย
ผู้ว่าราชการการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า “โคกหนองนาโมเดล” ศูนย์ราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้นำแนวคิด หลักการทำงาน น้อมนำศาสตร์พระราชา ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในการ บริหารจัดการน้ำและพื้นที่การเกษตรที่หลากหลาย เกื้อกูลซึ่งกันและกัน จากนี้ จะพัฒนาเป็นพื้นที่ต้นแบบ ซึ่งหากประชาชนชาวบุรีรัมย์ สนใจ สามารถมาศึกษาดูงาน เพื่อนำไปปรับใช้ในการทำการเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง พัฒนาคุณภาพชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น รวมถึงพัฒนาหมู่บ้านหรือชุมชน ให้มีวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง เป็นสังคม “อยู่เย็น เป็นสุข” ต่อไปในอนาคต
 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image


คะแนนโหวต :
บทความที่น่าสนใจ
บทความยอดนิยม