<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวเด่น(ล่าง)]]></title>
<link>https://buriram.prd.go.th/th/content/category/index/id/57</link>
<atom:link href="https://buriram.prd.go.th/th/content/category/index/id/57" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดบุรีรัมย์ ลงพื้นที่สอดส่อง เสนอแนะการดำเนินงานโครงการตามแผนงานของส่วนราชการให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ คุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ ]]></title>
<link>https://buriram.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/39834</link>
<guid isPermaLink="false">b590032caa8930f38738f3511bee4b1b</guid>
<pubDate>Mon, 06 Sep 2021 15:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้(06 ก.ย. 64) เวลา 09.30 น. นายกังวาน &nbsp;วงศ์วัฒนโสภณ รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดบุรีรัมย์ (กธจ.) นายชุมพล &nbsp;ภูผานิล ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง &nbsp;ลงพื้นที่สอดส่อง ติดตาม เสนอแนะแนวทางการดำเนินโครงการ การเบิกจ่ายงบประมาณของส่วนราชการ ความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการ ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างคุ้มค่าสูงสุด</p>

<p><br />
&nbsp;ซึ่งการปรับปรุงภูมิสถาปัตยกรรมบ้านสวายสอ &nbsp;ต.สะแกโพรง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 2 ล้านบาทโครงการเสริมสร้างศักยภาพศูนย์กลางการท่องเที่ยวอารยธรรมขอม และกีฬามาตรฐานโลก ดำเนินการก่อสร้างศาลาทำกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ทรง 8 เหลี่ยมกลางสระน้ำสาธารณะพร้อมสะพานเชื่อม ก่อสร้าง ห้องน้ำผู้พิการ ห้องน้ำชายและห้องน้ำหญิง พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบ &nbsp;โดยมีนายศานิต &nbsp;ปรากฏมาก ผู้แทนท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้นำท้องที่ &nbsp;ท้องถิ่นร่วมให้ข้อมูล</p>

<p>จากนั้นลงพื้นที่ติตามงานขุดลอกแหล่งน้ำขนาดใหญ่ห้วยท่าชี &nbsp;ม.8 - ม.6 &nbsp;ต.หนองโบสถ์ อ.นางรอง &nbsp;เป็นงานขุดลอกปรับเกลี่ยตกแต่ง &nbsp;พร้อมท่อลอดขนาด &nbsp;0.60 ม. จำนวน &nbsp;12 &nbsp;จุด โดยขุดลอกในลำมาศจากฝายทุ่งมะนาว ต.ทุ่งแสงทอง &nbsp;ลงมาถึงหน้าฝายปอแดง &nbsp;ต.หนองโบสถ์ &nbsp;รวมประมาณ &nbsp;7 กม. &nbsp;ปริมาตรดินขุดประมาณ &nbsp;280,000 &nbsp;ลบ.ม. งบประมาณรวม &nbsp;7,750,000.- &nbsp;ดำเนินการโดยกรมชลประทาน พื้นที่ดำเนินการดังกล่าวเป็นแหล่งน้ำดิบเพื่อการผลิตประปาของเขตบริการประปาเมืองนางรองทั้งพื้นที่ &nbsp;ประกอบกับใช้เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรข้างลำมาศตลอแนวประมาณ &nbsp;2,000 &nbsp;ไร่ ของตำบลทุ่งแสงทอง หนองโบสถ์ &nbsp;และพื้ันที่รับประโยชน์ในเขต ทต.นางรองด้วย ซึ่งส่วนหนึ่งใช้เป็นแหล่งพักและตัดยอดน้ำที่จะไหลลงไปรวมในลำมูลทำให้น้ำท่วมด้านท้ายในเขต อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา / อ. สตึก &nbsp;จ.บุรีรัมย์ ซึ่งขณะนี้สามารถดำเนินการได้ 80 % &nbsp;โดยมีนายทองเต็ม &nbsp;สองเมือง ผู้แทนโครงการชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นผู้ให้ข้อมูล<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://buriram.prd.go.th/th/file/get/file/20210906064aee77884ba804de9cdc34aa46c5ea150241.jpg' type='image/jpg' length='299445' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เกษตร จ.บุรีรัมย์ จับมือโรงแป้งแจกท่อนพันธุ์มันคุณภาพดีทนทานต่อโรค ให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาโรคใบด่างระบาด พร้อมให้ความรู้เกษตรกรในการควบคุมป้องกัน]]></title>
<link>https://buriram.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/37925</link>
<guid isPermaLink="false">aca15ca174aa755bc2d236219b76e40f</guid>
<pubDate>Fri, 27 Aug 2021 10:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เกษตร จ.บุรีรัมย์ จับมือโรงแป้งแจกท่อนพันธุ์มันคุณภาพดีทนทานต่อโรค ให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาโรคใบด่างระบาด พร้อมให้ความรู้เกษตรกรในการควบคุมป้องกัน</p>

<p>เมื่อวันที่ 27 ส.ค.64 &nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ &nbsp;พร้อมด้วย สำนักงานเกษตรอำเภอละหานทราย &nbsp;และโรงแป้งมัน (บริษัทสยาม มอดิฟายด์ สตาร์ช จำกัด) &nbsp; ได้นำท่อนพันธุ์มันสำปะหลังคุณภาพดีทนทานต่อโรค อาทิ สายพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 จำนวน 300,000 ต้น ไปมอบให้กับเกษตรกร หมู่ 6 หมู่ 7 และหมู่ 10 &nbsp;บ้านหนองมี &nbsp;ตำบลโคกว่าน &nbsp; อำเภอละหานทราย &nbsp;ที่ประสบปัญหาโรคใบด่างระบาด &nbsp;และได้ทำลายต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคใบด่างทิ้ง และได้ทำการพักแปลงแล้วจำนวน 30 วัน &nbsp; &nbsp;เพื่อให้เกษตรกรนำไปปลูกทดแทนมันสำปะหลังที่ติดโรคใบด่างและได้ทำลายทิ้ง &nbsp; เพื่อลดพื้นที่การระบาด &nbsp; ภายใต้โครงการส่งเสริมแปลงพันธุ์มันสำปะหลังสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่ &nbsp;ซึ่งท่อนพันธุ์มันคุณภาพดีจำนวน 300,000 ต้นที่นำไปมอบให้เกษตรกรในครั้งนี้ &nbsp;สามารถนำไปปลูกขยายพันธุ์ได้ถึง 500 ไร่ &nbsp; พร้อมกันนี้ยังได้ให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ได้ทราบและตระหนักถึงภัยจากโรคใบด่างมันสำปะหลังที่จะส่งผลกระทบต่อผลผลิตในอนาคตด้วย &nbsp;<br />
ซึ่งจากการข้อมูลการสํารวจพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังทั้งจังหวัดบุรีรัมย์จำนวน 251,791 ไร่ เกษตรกร 18,660 ราย พบพื้นที่เกิดโรคใบด่างมันสำปะหลัง 15,569 ไร่ เกษตรกร 1,972 ราย คิดเป็นร้อยละ 6.18 ของพื้นที่สำรวจ &nbsp;สำหรับเกษตรกรที่พบโรคเป็นวงกว้างหรือมากกว่า 10 จุดต่อไร่ ได้ขอเข้าร่วมโครงการตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อขอรับค่าชดเชยการทำลายต้นมันที่ติดโรคทิ้งแล้ว 437 ราย พื้นที่ 2,086 ไร่ วงเงินชดเชยค่าทำลาย 4,505,760 บาท</p>

<p><br />
นายดำรง &nbsp; ปลั่งกลาง &nbsp; &nbsp;เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ &nbsp;กล่าวว่า &nbsp; โรคใบด่างใบมันสำปะหลังถือเป็นโรคอุบัติใหม่ที่สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง &nbsp; ซึ่งมีการระบาดในประเทศไทยมา 2 &ndash; 3 ปีแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาทางเกษตรจังหวัด &nbsp;ก็ได้ร่วมกับโรงแป้งมัน เพื่อหาแนวทางควบคุมป้องกันการระบาดของโรคและช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหามาอย่างต่อเนื่อง &nbsp; &nbsp;ทั้งการหาวิธีป้องกันตัดวงจรการระบาดและจัดหาท่อนพันธุ์คุณภาพดีที่ทนทานต่อโรค &nbsp;ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้แต่งตั้งคณะทำงานฯ ทั้งระดับจังหวัด &nbsp;อำเภอ &nbsp;ตำบล &nbsp;เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่ &nbsp; ซึ่ง จ.บุรีรัมย์ก็มีพื้นที่การระบาดของโรคใบด่างกว่า 15,000 ไร่ &nbsp;ซึ่งก็มีเกษตรกรบางส่วนที่เลือกวิธีทำลายต้นมันที่เป็นโรคทิ้งเอง &nbsp;ซึ่งในส่วนนี้ก็ได้เข้าร่วมโครงการขอรับการชดเชยจากรัฐแล้วกว่า 2,000 ไร่ &nbsp;ซึ่งจะได้รับชดเชยเฉลี่ยไร่ละ 2,160 บาทตามมติ ครม. &nbsp;และจัดหาพันธุ์มันสะอาดในพื้นที่มอบแก่เกษตรกรเพื่อปลูกทดแทนด้วยโดยได้รับความร่วมมือจากโรงแป้ง &nbsp;ในการจัดหาท่อนพันธุ์มันมาแจกจ่าย &nbsp; ก็เชื่อว่าจะสามารถควบคุมการระบาดของโรคใบด่างดังกล่าวได้&nbsp;</p>

<p><br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ขณะที่ผู้จัดการโรงแป้งมัน หรือบริษัทบริษัทสยาม มอดิฟายด์ สตาร์ช จำกัด กล่าวว่า &nbsp;ในฐานะโรงงานแป้งมันสำปะหลังแห่งเดียวที่มีในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ &nbsp;ก็ได้ให้ความร่วมมือกับเกษตรจังหวัดในการร่วมควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมาตลอด &nbsp; ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนยากำจัดแมลงหวี่ขาว ซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อโรคระบาด &nbsp;พร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการป้องกัน &nbsp;รวมถึงการจัดหาท่อนพันธุ์มันที่ทนทานต่อโรคมาแจกจ่ายให้กับเกษตรกรด้วย &nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมป้องกันการระบาดของโรค และช่วยเหลือเกษตรกรด้วย<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://buriram.prd.go.th/th/file/get/file/202108274240e979686307795e309a97931464cb102604.jpg' type='image/jpg' length='895488' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดบุรีรัมย์ จัดกิจกรรมปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ในพื้นที่เขตห้าล่าสัตว์ป่าลำนางรอง อำเภอโนนดินแดง เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว]]></title>
<link>https://buriram.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/35082</link>
<guid isPermaLink="false">d720fa8366124323fb3e7b0859193047</guid>
<pubDate>Wed, 11 Aug 2021 14:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (11ส.ค. 64) นายธัชกร &nbsp;หัตถาธยากูล &nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยส่วนราชการในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนราชการในจังหวัดบุรีรัมย์ &nbsp;ส่วนราชการอำเภอโนนดินแดง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น &nbsp;พร้อมใจกันปลูกต้นไม้บนพื้นที่ 20 ไร่ จากเป้าหมายทั้งหมด 500 ไร่ &nbsp;บริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าลำนางรอง ต.โนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ตามโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และแสดงความจงรักภักดีด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว &nbsp;ที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎร และพลิกฟื้นผืนป่าเพื่อสืบสาน รัก &nbsp;กระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน ได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน ช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่นละอองและหมอกควัน PM 2.5 &nbsp;พร้อมทั้งบำรุงรักษาต้นไม้ให้เจริญเติบโตงอกงาม<br />
ทั้งนี้นโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้ &nbsp;&quot;โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&quot; โดยมีหน่วยงานหลัก ร่วมบูรณาการการดำเนินโครงการกับทุกภาคส่วน ประกอบด้วย ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกลาโหม โดยมีเป้าหมายโครงการในการเพิ่มพื้นที่ &nbsp;สีเขียว จำนวนไม่ต่ำกว่า 2.68 ล้านไร่ทั่วประเทศ ให้ครอบคลุมพื้นที่ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน ป่าพรุ และที่ดินของรัฐประเภทอื่น ๆ เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ที่กำหนดให้มีพื้นที่สีเขียวร้อยละ 45 ของประเทศ &nbsp;ซึ่งจังหวัดบุรีรัมย์ได้ดำเนินการในปี พ.ศ.2563 รวมเนื้อที่กว่า 230 ไร่ ใช้กล้าไม้จำนวน 13,867 ต้น และมีแผนดำเนินการในปี พ.ศ.2564 &ndash; 2570 อีกจำนวน 9,497 ไร่</p>

<p><br />
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าลำนางรง เดิมเป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าดงใหญ่ ซึ่งประกาศเป็นป่าคุ้มครองและสงวนป่า เมื่อ พ.ศ. 2502 ซึ่งกรมป่าไม้ได้อนุญาตให้บริษัทวนเกษตรไทย จำกัด เข้าทำประโยชน์ เนื้อที่ 3,902ไร่ ตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2519 จากกรมป่าไม้ หนังสืออนุญาตเล่มที่ 1 ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2531 และหมดอายุการอนุญาต วันที่ 8 มิถุนายน 2546 ปัจจุบันได้สิ้นสุดการอนุญาตแล้ว และพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ติดอ่างเก็บน้ำลำนางรอง ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ในพื้นที่ยังคงเหลือป่าเป็นหย่อม ๆ มีสภาพป่าเป็นป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรังที่สมบูรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ กำหนดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงใหญ่ ในท้องที่ ตำบลโนนดินแดงอำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หน้า 17 เล่ม 129 ตอนพิเศษ 35 ง วันที่ 14กุมภาพันธ์ 2555</p>

<p><br />
&nbsp;ปัจจุบันพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีสัตว์ป่าออกมาหากินและอาศัยอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะ ช้างป่า กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง กระจงเล็ก ฯลฯเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและหากินของสัตว์ป่า และพื้นที่ยังเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำของอ่างเก็บน้ำลำนางรอง มีเนื้อที่ประมาณ 8,400 ไร่<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://buriram.prd.go.th/th/file/get/file/20210811fbdb1527d2462a733b047cfafea3b0e3144354.JPG' type='image/jpg' length='5064086' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ ยกระดับคุณภาพศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน ให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเครื่องจักรกลการเกษตร แก่ประชาชนฟรีเพื่อลดรายจ่ายสู้ภัยโควิด]]></title>
<link>https://buriram.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/33727</link>
<guid isPermaLink="false">0d915979dff491c6e846ff50a6b06c4b</guid>
<pubDate>Wed, 04 Aug 2021 16:56:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (4 ส.ค.64) วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ จัดโครงการพัฒนารูปแบบและยกระดับคุณภาพศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center) ที่บริเวณโดมอเนกประสงค์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ &nbsp;โดยมีนายสกล ไกรรณภูมิ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ เป็นประธานพิธีเปิด โดยโครงการพัฒนารูปแบบและยกระดับคุณภาพศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it center) &nbsp;ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ มี 3 กิจกรรม คือ บริการซ่อมเครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร ยานพาหนะ &nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัวเรือน ให้คำแนะนำวิธีดูแลรักษา บริการสร้างอาชีพใหม่ หรือต่อยอดอาชีพตามความต้องการของแต่ละชุมชนฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งบริการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน นำเทคโนโลยีหรือสร้างนวัตกรรมร่วมกับชุมชน &nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าและส่งเสริมการรับรองมาตรฐานคุณภาพ &nbsp; &nbsp;ซึ่งการให้บริการซ่อมเครื่องมือทำมาหากิน เครื่องใช้ในครัวเรือน รวมถึงฝึกทักษะอาชีพในครั้งนี้ ยังเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้างอาชีพให้กับประชาชน จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ (โควิด-19) ระลอกใหม่ อีกด้วย ก็มีประชาชนสนใจมาฝึกทักษะอาชีพ นำเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องมือทำหากินมาใช้บริการอย่างคึกคัก โดยมีกำหนดจัดขึ้น ที่โดมอเนกประสงค์ วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ ไปจนถึงวันที่ 7 ส.ค.2564 เวลา 08.30-16.30 น.</p>

<p><br />
นายภูวดล มิ่งขวัญ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ กล่าวว่า โครงการพัฒนารูปแบบและยกระดับคุณภาพศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชนที่จัดขึ้นครั้งนี้ เป็นศูนย์ถ่ายทอดการเรียนรู้ ให้คำแนะนำด้านการดูแลรักษา และซ่อมบำรุงเครื่องมืออุปกรณ์การประกอบอาชีพ &nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ทั้งยังฝึกทักษะอาชีพให้กับประชาชน &nbsp;เพื่อนำไปประกอบอาชีพ เชื่อว่าจะสามารถลดรายจ่าย สร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนได้ นอกจากนั้น ยังจะเป็นการเพิ่มทักษะฝีมือความชำนาญให้กับนักเรียน นักศึกษา สามารถนำไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพหลังสำเร็จการศึกษาได้ในอีกทางหนึ่งด้วย<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://buriram.prd.go.th/th/file/get/file/20210804c74d97b01eae257e44aa9d5bade97baf165805.jpg' type='image/jpg' length='732066' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พมจ.บุรีรัมย์ จัดประชุมสมัชชาสตรีจังหวัดบุรีรัมย์ ภายใต้แนวคิด”เสริมพลังสตรี สร้างครอบครัวคุณภาพ สู่สังคมไทยไร้ความรุนแรง”]]></title>
<link>https://buriram.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/33382</link>
<guid isPermaLink="false">78954f28a0434b3ef4ed7337de4747ac</guid>
<pubDate>Tue, 03 Aug 2021 15:11:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>พมจ.บุรีรัมย์ จัดประชุมสมัชชาสตรีจังหวัดบุรีรัมย์ ภายใต้แนวคิด&rdquo;เสริมพลังสตรี สร้างครอบครัวคุณภาพ สู่สังคมไทยไร้ความรุนแรง&rdquo; พร้อมยกย่องเชิดชูเกียรติครอบครัวร่มเย็น และบุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัว</p>

<p>&nbsp;&nbsp; &nbsp;วันนี้(03 ส.ค.64) นายอังกูร &nbsp;ศีลาเทวากูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดการประชุมสมัชชาสตรีและครอบครัวจังหวัดบุรีรัมย์ ประจำปี 2564 ภายใต้แนวคิด&rdquo;เสริมพลังสตรี สร้างครอบครัวคุณภาพ สู่สังคมไทยไร้ความรุนแรง&rdquo; &nbsp;ที่ห้องประชุมโรงแรมเดอ ศิตา ปริ้นเซส อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีคณะอนุกรรมการสมัชชาสตรีจังหวัดบุรีรัมย์ คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน ผู้แทนอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมประชุม ซึ่งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์จัดขึ้นเพื่อทบทวนปัญหาและติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานด้านสตรี รับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง นำเข้อเสนอระดับจังหวัด นำเสนอเชิงนโยบายต่อคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสถานภาพสตรีแห่งชาติ และในโอกาสนี้ ได้การมอบโล่เชิดชูเกียรติ ครอบครัวร่มเย็น และบุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัว&nbsp;</p>

<p><br />
นายอังกูร &nbsp;ศีลาเทวากูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ครอบครัวเป็นสถาบันพื้นฐานที่เป็นหลักสำคัญที่สุดของสังคมทำหน้าที่หล่อหลอมและขัดเกลาความเป็นมนุษย์ให้แก่สมาชิกของครอบครัวด้วยการอบรมเลี้ยงดู ให้ความรัก ความเอื้ออาทร ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันพร้อมทั้งปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และถ่ายทอดวัฒนธรรมของสังคมให้แก่สมาชิกในครอบครัวเป็นเป็นบุคคลากรที่มีคุณภาพมีความพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่และสร้างสรรค์ เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ &nbsp;วิถีชีวิตของคนในครอบครัวที่แตกต่างไปจากเดิมส่งผลให้เกิดความสั่นคลอนของสถาบันครอบครัว ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป พ่อ แม่ ไม่มีเวลาอบรมคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมให้ลูกหลาน เห็นได้ชัดเจนจากทุกวันนี้ในสังคมไทย มีข่าวการกระทำรุนแรงในครอบครัว โดยเฉพาะผู้ถูกกระทำที่เป็นเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ รวมถึงอาชญากรรมต่างๆ ในช่องทางสื่อต่างๆ มีแนวโน้มมากขึ้น จึงจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันทำงานอย่างบูรณาการ ร่วมแก้ปัญหา ช่วยกันพัฒนาสังคมให้มีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://buriram.prd.go.th/th/file/get/file/20210803c857a0fd27501b7147eab1d7fbd41fa6151422.jpg' type='image/jpg' length='412979' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พัฒนาชุมชนจังหวัดบุรีรมย์ ร่วมกับอำเภอประโคนชัย จัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคีโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา กรมการพัฒนาชุมชน”]]></title>
<link>https://buriram.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/31188</link>
<guid isPermaLink="false">4ccc097207e603adfcffc73f687d320a</guid>
<pubDate>Wed, 21 Jul 2021 11:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><br />
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม.64 นายบุญเต็ม กัลยาพานิช นายอำเภอประโคนชัย &nbsp;พร้อมด้วยนางรัชนี สาระวิถี ผู้แทนพัฒนาการจังหวัดบุรีรัมย์ นางกอบเกื้อ เหล่าทวี พัฒนาการอำเภอประโคนชัย ส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ร่วมทำกิจกรรมเอามื้อสามัคคีโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ &ldquo;โคก หนอง นา กรมการพัฒนาชุมชน&rdquo; ณ แปลงครัวเรือนต้นแบบฯ นา</p>

<p>งนารี ศรสุด หมู่ที่ 9 ตำบลเขาคอก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ &nbsp;ซึ่งเป็นแปลงกสิกรรมธรรมชาติครัวเรือนต้นแบบตามหลักกสิกรรมธรรมชาติและภูมิสังคม เน้นให้มีความสอดคล้อง ให้เหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;<br />
ซึ่งมีกิจกรรรมประกอบด้วย &nbsp; การปลูกพันธุ์พืช ที่สำคัญได้แก่ ไม้ป่า 5 ระดับ พืชผักสวนครัว และพืชสมุนไพรในพื้นที่ กิจกรรมการห่มดิน ห่มฟาง เพื่อรักษาจุลินทรีย์ในดินและป้องกันการชะล้างหน้าดินตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ แห้งชาม น้ำชาม. กิจกรรมการทำน้ำหมักชีวภาพ เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายและเป็นการเพิ่มจุลินทรีย์ในการย่อยสลายและบำรุงดินเพื่อให้ดินมีการฟื้นฟูสภาพและเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://buriram.prd.go.th/th/file/get/file/20210721a50a79dbb32b45a50b0ba658079876b0114643.jpg' type='image/jpg' length='393889' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ส่วนราชการในศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกันปลูกต้นไม้ตามโครงการ ปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ในพื้นที่ศาลากลาง]]></title>
<link>https://buriram.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/31169</link>
<guid isPermaLink="false">8c09a93fa7c2f37bec4f3fd0e6212195</guid>
<pubDate>Wed, 21 Jul 2021 10:51:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ส่วนราชการในศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกันปลูกต้นไม้ตามโครงการ ปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ในพื้นที่ศาลากลาง</p>

<p><br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;วันนี้ (21 ก.ค. 64) หัวหน้าส่วน ข้าราชการ ตลอดทั้งพนักงาน เจ้าหน้าที่ &nbsp;องค์กรอิสระ ที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ &nbsp;พร้อมใจกันปลูกต้นไม้ บริเวณพื้นที่ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ ตามโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระกรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎร และพลิกฟื้นผืนป่าเพื่อสืบสาน รักษา กระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน ได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน ช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่นละอองและหมอกควัน พร้อมทั้งบำรุงรักษาต้นไม้ให้เจริญเติบโตงอกงาม</p>

<p><br />
ทั้งนี้นโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้ &nbsp;&quot;โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&quot; โดยมีหน่วยงานหลัก ร่วมบูรณาการการดำเนินโครงการกับทุกภาคส่วน ประกอบด้วย ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกลาโหม โดยมีเป้าหมายโครงการในการเพิ่มพื้นที่ &nbsp;สีเขียว จำนวนไม่ต่ำกว่า 2.68 ล้านไร่ทั่วประเทศ ให้ครอบคลุมพื้นที่ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน ป่าพรุ และที่ดินของรัฐประเภทอื่น ๆ เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ที่กำหนดให้มีพื้นที่สีเขียวร้อยละ 45 ของประเทศ</p>

<p><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://buriram.prd.go.th/th/file/get/file/2021072168fa7a75c25546e88792d80c5f2662c7105251.jpg' type='image/jpg' length='578426' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรีรัมย์แถลง พร้อมรับคนบุรีรัมย์กลับบ้าน มีที่รักษา มีที่กักตัวครบ14 วัน ได้รับวัคซีนทุกคน  และการดำเนินคดีกับผู้ที่ไม่ตรวจ ไม่กักตัว มีผู้สัมผัส 9 ราย ปิดโรงเรียน 5 แห่ง]]></title>
<link>https://buriram.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/27526</link>
<guid isPermaLink="false">2724933343ef4b19328c274df921c067</guid>
<pubDate>Thu, 01 Jul 2021 15:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรีรัมย์แถลง พร้อมรับคนบุรีรัมย์กลับบ้าน มีที่รักษา มีที่กักตัวครบ14 วัน ได้รับวัคซีนทุกคน &nbsp;และการดำเนินคดีกับผู้ที่ไม่ตรวจ ไม่กักตัว มีผู้สัมผัส 9 ราย ปิดโรงเรียน 5 แห่ง</p>

<p>&nbsp; &nbsp; วันนี้( 01 ก.ค. 64) เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 2 สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต อ.เมือง จ. บุรีรัมย์ นายธัชกร &nbsp;หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พลตำรวจตรี รุทธพล เนาวรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ นายพิเชษฐ &nbsp;พืดขุนทด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ &nbsp;แถลงข่าวการดำรเนินคดีกับผู้ที่เดินทางจากพื้นที่สีแดงไม่ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ และการเตรียมพร้อมรับคนบุรีรัมย์กลับบ้าน จากเหตุการณ์การระบาดในแคมป์คนงานก่อสร้างซึ่งกระจายไปในหลายแห่งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่ง ศบค. ได้ประกาศกำหนดปิดแคมป์ดังกล่าวเป็นระยะเวลา 1 เดือน&nbsp;</p>

<p>นายธัชกร &nbsp;หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์การระบาดในแคมป์คนงานก่อสร้างซึ่งกระจายไปในหลายแห่งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่ง ศบค. ได้ประกาศกำหนดปิดแคมป์ดังกล่าวเป็นระยะเวลา 1 เดือน คือ ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ทำให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีโอกาสเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการแพร่กระจายของโรคฯ เป็นบริเวณกว้างซึ่งจังหวัดบุรีรัมย์โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีมติจัดเตรียมพื้นที่กักกันโรคของรัฐในระดับจังหวัด/อำเภอ (Local Quarantine) ในท้องที่ที่อำเภอกำหนด เพื่อรองรับสถานการณ์โรคโควิด-19 &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ที่อาจเกิดการแพร่ระบาดที่รุนแรงเป็นบริเวณกว้าง จากข้อมูลการเฝ้าระวัง พบว่าขณะนี้มีประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้ม และพื้นที่สีแดง ได้กักกันตัวในพื้นที่กักกันโรคของรัฐในระดับจังหวัด/อำเภอ (Local Quarantine) ในท้องที่ที่อำเภอกำหนด จำนวน 654 ราย กักกันตัวอยู่ที่บ้าน จำนวน 20,635 ราย (เฝ้าระวังยังไม่ครบ 14 วัน จำนวน 641 ราย) แต่ยังคงพบเหตุการณ์มีผู้ ติดเชื้อที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงที่พบการระบาดของโรคโดยไม่ผ่านการกันกันตัวตามประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ที่กำหนด</p>

<p>นายพิเชษฐ &nbsp;พืดขุนทด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า พื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ พบผู้ป่วยยืนยันสะสม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 จำนวน 304 ราย อยู่ระหว่างการรักษา จำนวน 75 ราย หายป่วยและกลับบ้านแล้ว จำนวน 226 ราย เสียชีวิตสะสม 3 ราย ซึ่งยังคงพบเหตุการณ์สำคัญที่ต้องเฝ้าระวังฯ ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด คือ กรณีประชาชน &nbsp;กลุ่มเสี่ยงไม่ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ในพื้นที่ บ้านปลัดชุมแสง ตำบลบ้านบัว อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ และต่อมาภายหลัง &nbsp; ได้ตรวจพบเชื้อโควิด-19 โดยผู้ป่วยรายนี้เป็นเพศชาย อายุ 41 ปี ประกอบอาชีพช่างก่อสร้าง พุทธมณฑลสาย 1 ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร โดยมีประวัติการเดินทางมายังจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</p>

<p>วันที่ 25 มิถุนายน 2564 เดินทางมาจากกรุงเทพมหานครโดยขับรถยนต์ส่วนตัว ไม่มีผู้โดยสารร่วม &nbsp;ซึ่งถือเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ประกาศกำหนด และสอดคล้องตามประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งนี้ ชายผู้นี้ได้ขับรถยนต์ส่วนตัวถึงบ้านปลัดชุมแสง ตำบลบ้านบัว อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ในช่วงเวลาตี 1 ของวันที่ 26 มิถุนายน 2564 &nbsp;โดยไม่ได้รายงานตัว หรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ ซึ่งมีพฤติกรรมเสี่ยงในการดำเนินชีวิตตลอดระยะเวลาที่พักอาศัยในจังหวัดบุรีรัมย์ เช่น ขับรถไปส่งและรับบุตรชายเพื่อเรียนพิเศษ รวมทั้งพูดคุยพบปะกับเพื่อนบ้าน เป็นต้น</p>

<p>ต่อมา ในวันที่ 28 มิถุนายน 2564 ชายรายดังกล่าวพบอาการผิดปกติ จึงเดินทางไปโรงพยาบาลบุรีรัมย์ เพื่อตรวจทางห้องปฏิบัติการหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี Rapid Test ผลการตรวจพบเชื้อโควิด-19 และตรวจยืนยันอีกครั้งด้วยเทคนิค Real time RT-PCR &nbsp;ผลตรวจพบเชื้อโควิด-19 ซึ่งขณะนี้ผู้ป่วยยังคงอยู่ระหว่างพักรักษาตัว ณ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ จากการค้นหาผู้สัมผัสเพิ่มเติมในครอบครัวและชุมชน พบว่า มีผู้สัมผัสเพิ่มเติมรวมทั้งสิ้น จำนวน 9 ราย โดยแบ่งเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดภายในครอบครัว จำนวน 6 ราย (ได้รับวัคซีนป้องกัน &nbsp; &nbsp; โควิด-19 ครบตามจำนวนแล้ว 2 ราย) และเป็นผู้สัมผัสที่เป็นเพื่อนบ้านใกล้เคียง จำนวน 3 ราย ขณะนี้ผู้สัมผัสทุกรายอยู่ระหว่างการกักตัวเพื่อเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดตามแนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคฯ ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และเป็นเหตุให้เกิดความกังวลให้ผู้อำนวยการโรงเรียนสั่งปิดโรงเรียนถึง 5 โรงเรียน&nbsp;</p>

<p>พลตำรวจตรี รุทธพล เนาวรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ : จากข้อมูลข้างต้น &nbsp;จะเห็นได้ว่าผู้ป่วยรายนี้ฝ่าฝืนไม่ได้ปฏิบัติตนเพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ตามประกาศคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ เรื่อง การป้องกันการระบาดใหม่ของ &nbsp;&nbsp;โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564 แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 9 ถือว่ามีความผิด ที่ต้องรับโทษ ดังต่อไปนี้ ผู้ป่วยรายนี้กระทำความผิด โดยฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ เรื่อง การป้องกันการระบาดใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &nbsp;พ.ศ.2564 แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 9 &nbsp;ในข้อ 8 &nbsp;ประกาศ &nbsp;ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2564 &nbsp;คือ ผู้ที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดบุรีรัมย์ ที่มาจากจังหวัด 1) พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือ 2) พื้นที่ควบคุมสูงสุด ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ประกาศกำหนด และที่ ศบค. จะมีการแก้ไขในภายหน้า (ถ้ามี) ให้ผู้เดินทางทุกคนต้องรายงานตัวกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่ด่านคัดกรองโควิดในพื้นที่ และต้องกักกันตัว 14 วัน ณ พื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ ระดับจังหวัด/อำเภอ (Local Quarantine) ในท้องที่ที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ฝ่ายสาธารณสุขกำหนด ซึ่งบทลงโทษ ผู้ใดฝ่าฝืน ข้อ 8/1&nbsp;วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558</p>

<p>&nbsp; &nbsp; สำหรับประชาชนชนชาวจังหวัดบุรีรัมย์ที่ต้องการกลับมา ทั้งรักษาตัวและกักตัวสามารถประสานงานล่วงหน้าที่เบอร์ Hotline EOC COVID จังหวัดบุรีรัมย์ที่เบอร์ 191 หรือ 044-602-215 หรือเบอร์โทรศัพท์ Hotline EOC COVID ประจำหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ สามารถติดตามที่เพจ สสจ.บุรีรัมย์ สุดท้ายนี้ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกท่านที่จะเดินทาง &nbsp;เข้าสู่จังหวัดบุรีรัมย์ &nbsp;ขอให้ท่านได้ปฏิบัติตนตามประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้คนบุรีรัมย์ปลอดภัยปลอดโรคและมีสุขภาพที่ดีร่วมกัน พร้อมเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ &nbsp;และสร้างความสุขให้คืนกลับมาสู่พี่น้องชาวบุรีรัมย์ดังเดิม<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://buriram.prd.go.th/th/file/get/file/20210701838e08c647893490d8ea1782f254afb8154418.jpg' type='image/jpg' length='143244' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[คนวงการกีฬามวยในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ยื่นหนังสือผ่านนายก อบจ. บุรีรัมย์ และผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ เรียกร้องให้ทางราชการมีมาตรการผ่อนคลายจัดกีฬามวยได้ หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ดีขึ้น]]></title>
<link>https://buriram.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/27138</link>
<guid isPermaLink="false">a4212f16edafe880a91491d21cd4d81e</guid>
<pubDate>Wed, 30 Jun 2021 09:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>คนวงการกีฬามวยในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ยื่นหนังสือผ่านนายก อบจ. บุรีรัมย์ และผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ เรียกร้องให้ทางราชการมีมาตรการผ่อนคลายจัดกีฬามวยได้ หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ดีขึ้น</p>

<p><br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;วันที่ 29 มิ.ย. 64 &nbsp;นายพุทธิพงษ์ &nbsp;ปลุกรัมย์ &nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าค่ายมวย &nbsp;โปรโมเตอร์ กรรมการ &nbsp;และนักมวย รวมกว่า 60 คน เข้ายื่นหนังสือขอหารือต่อ นายภูษิต เล็กอุดากร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ และนายธัชกร หัตถาธยากูล &nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ &nbsp;เพื่อให้ทางราชการมีมาตรการผ่อนคลายให้จัดกิจกรรมกีฬาชกมวยได้ &nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 ส่งผลกระทบต่อบุคคลในวงการกีฬามวย นักมวยไม่มีรายการให้ชก แต่หลายค่ายยังคงอุปถัมภ์ดูแลและซ้อมมวยอย่างต่อเนื่อง เพราะหากหยุดซ้อมนักมวยก็จะเลิกชกไปเลย ส่งผลให้ค่ายมวยต้องมีภาระค่าเลี้ยงดูนักมวยรายวัน รายเดือน&nbsp;</p>

<p><br />
นายพุทธิพงษ์ &nbsp;ปลุกรัมย์ &nbsp;หัวหน้าค่ายมวย ส.พวงทอง และนายกุหลาบ แสงจันทร์ หัวหน้าค่ายเพชรหนองกี่ &nbsp;ออกมาเปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ คนในวงการมวยในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก มีหลายค่ายได้ปิดตัวลง &nbsp;ทำให้นักมวยซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กที่พ่อแม่นำไปฝากไว้ให้ทางค่ายได้ดูแล และเรียนหนังสือไปด้วย มีรายได้จากการชกมวยไปช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายทางบ้านได้ด้วย &nbsp;แต่ด้วยการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่สามารถจัดการแข่งขันกีฬาชกมวยได้ แต่ละค่ายมวยมีนักมวย 6-8 คน ก็ยังดูแล ฝึกซ้อมในค่ายมีค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าอาหารประมาณ 500 บาทต่อวัน หากทางราชการมีมาตรการผ่อนปรนให้สามารถจัดการแข่งขันได้ตามตามมาตรการสาธารณสุข &nbsp;จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนแก่คนวงการมวย และจะทำให้กีฬามวยของจังหวัดบุรีรัมย์กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง<br />
นายภูษิต เล็กอุดากร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จังหวัดบุรีรัมย์มีค่ายมวยประมาณ 200 ค่าย มีนักมวยกว่า 600 คน หากทางราชการสามารถผ่อนผันให้มีการจัดกีฬาชกมวยตามมาตรการสาธารณสุขได้ &nbsp;ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์จะสนับสนุนเต็มที่ โดยมีการเตรียมสถานที่รองรับไว้แล้ว ส่วนการบริการจัดการต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณะสุข และตามที่คณะกรรมการควบคุมโรคกำหนดอย่างเข้มงวด เช่นการเว้นระยะห่าง การจำกัดผู้เข้าชม การตรวจทางห้องปฏิบัติการ นักมวย พี่เลี้ยง ก่อนจัดการแข่งขัน ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องได้รับวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันครบตามที่กำหนด และมีการถ่ายทอดสด หรือไลฟ์สดไปยังผู้ชมที่ชอบกีฬาชกมวยด้วย</p>

<p><br />
นายธัชกร หัตถาธยากูล &nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ &nbsp;ได้ลงไปรับหนังสือด้วยตนเองที่บริเวณทางเข้าศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมกล่าวกับชาวมวยว่า จะนำข้อเรียกร้องความเดือดร้อนของชาวมวยเสนอต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ได้พิจารณา &nbsp;ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขอให้ชาวมวยและผู้ที่เกี่ยวข้องไปรับการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้ครบทุกคน ส่วนการจัดการแข่งขันชกมวยก็ต้องอยู่ภายใต้มาตรการสาธารณสุข มีความปลอดภัยด้านชีวิตและทรัพย์สิน มีวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ รายได้ ต้องไปด้วยกันอย่างสมดุลย์ &nbsp;<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://buriram.prd.go.th/th/file/get/file/20210630b9c8cd57dc8a86ad1971581a7e6ce9f7094511.JPG' type='image/jpg' length='4371254' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ จัดประกวดการฝึกยุทธวิธีเพื่อควบคุมความประพฤติและระเบียบวินัย เสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี และเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานแก่ตำรวจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน]]></title>
<link>https://buriram.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/27131</link>
<guid isPermaLink="false">50bbbd0ce75c30afc3502cd207f4a0e4</guid>
<pubDate>Wed, 30 Jun 2021 09:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ จัดประกวดการฝึกยุทธวิธีเพื่อควบคุมความประพฤติและระเบียบวินัย เสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี และเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานแก่ตำรวจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน</p>

<p><br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.64 ที่บริเวณโดมเอนกประสงค์ 200 ปี เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ &nbsp;พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดโครงการจัดการฝึกและประกวดการฝึก เพื่อควบคุมความประพฤติ และระเบียบวินัยของข้าราชการตำรวจในสังกัด ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ประจำปี 2564 เพื่อให้ตำรวจมีการพัฒนาตนเองในด้านความรู้ เทคนิค ทักษะความชำนาญในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ข้าราชการตำรวจ ได้เป็นผู้มีระเบียบ วินัย มีสุขภาพ พลานามัย ที่สมบูรณ์ และมีจิตสำนึกในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสี่ยงในชีวิต ร่างกาย ของข้าราชการตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่เกิดความปลอดภัย ทั้งตัวตำรวจและประชาชน รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน โดยมีสถานีตำรวจภูธรในสังกัดทั้ง 34 สถานี เข้าร่วมรับการฝึก</p>

<p><br />
สำหรับการฝึกและประกวดการฝึกครั้งนี้ ได้มีการฝึกในท่ายุทธวิธีตำรวจ ทั้งการฝึกท่าบุคลมือเปล่า ท่าบุคคลประกอบอาวุธ การปิดล้อม จู่โจม ตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ สถานที่ การตั้งจุดตรวจจุดสกัดแบบครบวงจร และการระงับเหตุเมาสุราอาละวาด เมายาเสพติด และคนที่ก่อเหตุคุ้มคลั่งอาละวาด โดยการใช้เครื่องมือพิเศษที่ตำรวจได้จัดทำขึ้นเอง เช่นตะขอ และไม้ง่าม เป็นต้น</p>

<p><br />
&nbsp;พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ &nbsp;เปิดเผยว่าการฝึกทบทวนดังกล่าว จะส่งผลให้ตำรวจผู้ปฏิบัติ มีความปลอดภัยจากการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างระเบียบวินัยให้เกิดขึ้นแก่ตัวตำรวจ ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินงานในด้านป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมในด้านต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งยังจะเป็นการทำให้ประชาชนที่เห็นการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจนั้น เกิดความเชื่อมั่นและความศรัทธาในตัวตำรวจ<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://buriram.prd.go.th/th/file/get/file/2021063053ae6306286f0afb072b8ee935ed1a88093801.jpg' type='image/jpg' length='7245291' />
</item>
</channel>
</rss>
