มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เชิญถุงยังชีพพระราชทานมอบแด่พระภิกษุสงฆ์ และราษฎรที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เชิญถุงยังชีพพระราชทานมอบแด่พระภิกษุสงฆ์ และราษฎรที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์
    วันนี้(8 พ.ย.65) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ทรงห่วงใยประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายศรัณยู  มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เชิญถุงยังชีพพระราชทาน ไปมอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ ตำบลท่าม่วง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 1,285 ถุง และมอบถุงยังชีพพระราชทานถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ในวัดพื้นที่ประสบอุทกภัย จำนวน 65 ถุง ผ่านทางมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลท่าม่วง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย   โดยมี กันวลินทร์ เมืองแก้ว กล่าวรายงานสถานการณ์อุทกภัย มีหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมมอบถุงยังชีพ
ราษฎรผู้ประสบภัยที่ได้รับมอบถุงยังชีพพระราชทาน ต่างรู้สึกซาบซึ้งสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณี สิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงมีพระเมตตาต่อราษฎร ที่ประสบอุทกภัย และจะขอสืบสานพระราชปณิธานด้วยความจงรักภักดี และมุ่งมั่นเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาล เพื่อร่วมกันพัฒนา และสรรค์สร้างสังคมไทย ให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป
สำหรับอำเภอสตึก มีสภาพทางภูมิศาสตร์ เป็นพื้นที่รับมวลน้ำจากจังหวัดนครราชสีมา และลำน้ำสายสำคัญ จำนวน 3 สาย ได้แก่ ลำตะโคง แม่น้ำมูลและลำชีน้อย ไหลมารวมกันในพื้นที่อำเภอสตึก ประกอบกับได้รับผลกระทบจากอิทธิพล "พายุโนรู" ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2565 เป็นต้นมาส่งผลให้เกิดฝนตกหนักสะสมในทุกพื้นที่ ทำให้การระบายน้ำออกจากลำน้ำมูลล่าช้า น้ำเอ่อล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง โดยปัจจุบันอำเภอสตึก มีประชาชนได้รับผลกระทบ รวม 12 ตำบล 154  หมู่บ้าน มีทรัพย์สินของราษฎรได้รับความเสียหายจำนวน 1,873 ครัวเรือน  ด้านพืชได้รับความเสียหายได้แก่ ข้าว พืชไร่ ผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น จำนวน 3,816 ราย รวมเสียหายทั้งสิ้นจำนวน 39,731.5 ไร่ ด้านประมง ได้รับความเสียหายจำนวน 87 ราย พื้นที่ทำการประมงเสียหายทั้งสิ้น จำนวน 65.50 ไร่ ด้านปศุสัตว์ได้รับความเสียหาย 1 ราย  รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 60,000,000 (หกสิบล้านบาท) ที่ผ่านมาส่วนราชการ ภาคเอกชน มูลนิธิ องค์กรการกุศลต่างๆ ได้ให้การช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว และจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ในพื้นที่อำเภอสตึกในขณะนี้อยู่ในระหว่างสำรวจความเสียหาย เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image


คะแนนโหวต :
บทความที่น่าสนใจ
บทความยอดนิยม